ศัตรูตัวร้าย ที่คอยทำทำลายพริก

โรคแมลงศัตรูพืช สำหรับเกษตรผู้ปลูกพริก

1. เพลี้ยไฟจะระบาดมากในฤดูแล้ง หรือเมื่อมีฝนทิ้งช่วงเป็นระยะเวลานาน โดยจะทำลายใบอ่อนและตาดอก ลักษณะการทำลาย ใบจะห่อปิด ขอบใบม้วนขึ้นข้างบน ทำให้ลำต้นแคระแกร็น ไม่เจริญเติบโต ทำลายผลพริกให้หงิกงอ ไม่ได้คุณภาพ

สำหรับการป้องกันกำจัด เพลี้ยไฟชอบหลบอยู่ตามใต้ใบ ตามซอกยอดอ่อนในดอก เวลาพ่นยาควรใช้เครื่องมือที่สามารถพ่นได้อย่างทั่วถึง การเลือกยาที่เหมาะสมควรทำดังนี้ คือ ถ้าปลูกพริกในแหล่งที่มีการระบาดมานาน ควรเลือกใช้ยาที่ทำลายได้เฉพาะ เช่น อิมิดาคลอพริดแลนเนท เป็นต้น หรือใช้ระบบให้น้ำแบบสปริงเกลอร์

2. แมลงวันพริก ถ้ามีการระบาดสามารถ ทำลายผลผลิตให้เกิดความเสียหายได้มากถึง 60–100 เปอร์เซ็นต์ เพศเมียวางไข่ที่ผลพริกเมื่อไข่ฟักออกมาจะทำให้ผลพริกเน่าเสียและร่วงหล่น

การป้องกันกำจัด เก็บผลพริกที่ร่วงหล่นทำลายโดยการแช่น้ำไว้ 1-2 คืน แล้วนำไปทำปุ๋ยหมัก ใช้เชื้อรา เมทาไรเซียม พ่นเป็นประจำ แต่ถ้าจำเป็นจึงควรใช้สารเคมี เช่น อิมิดาโคลพริด (imidacloprid) ผสมน้ำพ่นในแปลงพริกช่วงพริกติดผล

3.เพลี้ยอ่อนพริก เป็นแมลงปากดูดชนิดหนึ่งที่ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว ป้องกันกำจัดโดยพ่นด้วยปิโตรเลียมออย หรือสารสกัดจากเมล็ดน้อยหน่าที่ทุบแตกแล้ว 40 กรัม/น้ำ 1 ลิตร

4.แมลงหวี่ขาวพริก เป็นแมลงปากแทงดูด เป็นพาหะนำโรคไวรัสมาสู่ต้นพืช ควรรีบป้องกันกำจัดเช่นเดียวกับเพลี้ยอ่อน คือ พ่นด้วยปิโตรเลียมออย หรือสารสกัดจากต้นยาสูบ, หางไหล

5.ไรขาว พบว่ามีการระบาดในช่วงฤดูที่มีการปลูกพริกกันมาก ไรขาวจะเข้าทำลายที่ยอดก่อน เมื่อเป็นหลายๆ ยอด จะดูเป็นพุ่มใบ พริกจะหงิกงอ ใบอ่อนหยาบย่น หรือเป็นคลื่นขอบใบม้วนลงทางด้านล่าง ใบจะค่อยๆ ร่วง และยอดจะตายไปในที่สุด

การป้องกันกำจัด หมั่นตรวจดูแปลงพริกเสมอๆ เมื่อพบไรขาวในปริมาณมากให้รีบกำจัดด้วยสารเคมี เคลเทน หรือไดโฟคอล และเลบโตฟอส หรือฟอสเวล เป็นต้น แต่ถ้าตรวจพบว่ามีการระบาดของเพลี้ยไฟและไรขาวพร้อมกัน ควรใช้สารเคมีกำจัดของทั้งสองชนิด ฉีดพ่นพร้อมกันเลย จะได้ผลสมบูรณ์ขึ้น หรือใช้กำมะถันที่อยู่ในรูปผงผสมน้ำ พ่น 2-3 ครั้ง ห่างกัน 7 วัน ถ้ายอดอ่อนเป็นปกติจึงหยุดพ่น

โรคพืช ในการปลูกพริก

นอกจากศัตรูพริกที่กล่าวมาแล้ว พริกยังมีโรคระบาดซึ่งเกิดจากเชื้อรา มีผลเสียหายต่อการปลูกพริก ซึ่งที่พบเห็นในขณะนี้ ได้แก่

1. โรคกุ้งแห้ง มีสาเหตุมาจากเชื้อรา พบระบาดมากในระยะที่ผลผลิตพริกกำลังเจริญเติบโต การเข้าทำลายจะเห็นได้ชัดเจนบนผลพริกที่แก่จัดหรือสุก อาการเริ่มแรกจะเห็นเป็นจุดสีน้ำตาลช้ำ เนื้อเยื่อบุ๋มไปจากเดิมเล็กน้อย และจุดสีน้ำตาลจะค่อยๆ ขยายวงกว้างออกเป็นแผลวงกลมหรือวงรี โดยมีขนาดแผลไม่จำกัด จะทำให้ผลพริกเน่า และจะระบาดติดต่อกันอย่างรวดเร็ว

การป้องกันกำจัดทำได้ดังนี้

1.1 ก่อนปลูกนำเมล็ดพันธุ์มาล้างน้ำให้สะอาด แล้วแช่ในน้ำอุ่นประมาณ 30 นาที

1.2 ใช้สารเคมีคลุกเมล็ดพันธุ์เพื่อทำลายโรคที่ติดมากับเมล็ด

1.3 ฉีดพ่นสารเคมี เช่น ไซเนบ มาเนบ หรือเบนโนมิล แมนโคเซบ เพื่อป้องกันกำจัดเชื้อราทุกๆ 7–15 วัน/ครั้ง

2. โรคเหี่ยวของพริก จากเชื้อราหรือโรคหัวโกร๋น การเข้าทำลายจะแตกต่างจากอาการเหี่ยวที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย อาการเหี่ยวจากเชื้อราจะเริ่มจากใบล่างก่อน แล้วจึงค่อยแสดงอาการที่ใบบน ต่อมาใบที่เหลืองจะเหี่ยวลู่ลงดินและร่วง ต้นพริกจะแสดงอาการในระยะผลิดอกออกผล ฉะนั้น อาจทำความเสียหายต่อดอกและลูกอ่อนด้วย เมื่อตัดดูลำต้น จะพบว่าเนื้อเยื่อท่อลำเลียงอาหารเป็นสีน้ำตาล หรือน้ำตาลไหม้ แสดงว่าต้นจะเหี่ยวตายในที่สุด

การป้องกันกำจัดทำได้ดังนี้

2.1. เมื่อปรับดินปลูกแล้วควรโรยด้วยปูนขาว จะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อรา

2. ถอนหรือขุดต้นที่เป็นโรคเผาทิ้ง แล้วใช้สารเคมีเทอราคลอร์ (terraclor) ผสมน้ำตามอัตราส่วนที่แนะนำไว้ในฉลาก แล้วเทราดลงในหลุมที่เป็นโรค

2.3. ควรปลูกพืชหมุนเวียนสลับกับพริก ไม่ควรปลูกพริกซ้ำที่บ่อยๆ

2.4. ควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ให้มากกว่าปุ๋ยวิทยาศาสตร์ เพื่อป้องกันดินเป็นกรด และเป็นการปรับปรุงบำรุงดิน

2.5. ปรับปรุงดินให้ร่วนซุย มีการระบายน้ำดี

3.โรคโคนเน่าหรือต้นเน่า โดยการทำลาย จะแสดงออกทางใบ ใบจะเหลืองและร่วง โคนต้นและรากจะเน่าเปื่อยเป็นสีน้ำตาล ต้นพริกจะเหี่ยวตาย แต่จะระบาดมากในระหว่างที่มีการผลิดอกออกผล อาการของโรคเน่าหรือต้นเน่านี้จะแตกต่างกับโรคพริกหัวโกร๋น คือ ยอดจะไม่หลุดร่วงไป

การป้องกันกำจัดทำได้ดังนี้

3.1. หมั่นตรวจต้นพริกดูว่าเป็นโรคหรือไม่

3.2. ขุดหรือถอนต้นพริกที่เป็นโรคเผาทิ้ง แล้วใช้สารเคมีเทอราคลอร์ ผสมน้ำตามอัตราส่วนคำแนะนำในฉลาก เทราดลงในหลุมที่เป็นโรค หรือใช้ฟอร์มาลินผสมน้ำในอัตราส่วน 1 : 50 ราดลงบริเวณโคนต้นที่เป็นโรค ระวังอย่าให้ไหลไปสู่ต้นอื่น เพราะจะเป็นการแพร่เชื้อโรค

3.3. การเตรียมดินปลูก ควรเพิ่มปูนขาวเพื่อให้ดินเป็นด่าง เพราะถ้าดินเป็นกรดจะเกิดโรคนี้ได้ง่าย

3.4. ควรปลูกพืชหมุนเวียนสลับกับการปลูกพริก

3.5 ใช้เชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์รวม

4. โรคเหี่ยวที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ต้นพริกที่เป็นโรคนี้จะแสดงอาการเหี่ยวทั่วต้นในวันที่มีอากาศร้อนจัด และอาจจะฟื้นคืนดีใหม่ในเวลากลางคืน ต้นพริกจะมีอาการเช่นนี้ 2-3 วัน ก็จะเหี่ยวตายโดยไม่ฟื้นอีก การเหี่ยวของต้นพริกที่เป็นโรคนี้ จะแสดงอาการใบเหลืองที่อยู่ตอนล่างๆ ก่อน เมื่อถอนต้นมาดูจะเห็นว่ารากเน่า และเมื่อเฉือนผิวของลำต้นตรงใกล้ระดับคอดินจะพบว่า เนื้อเยื่อที่เป็นท่อลำเลียงอาหารช้ำ และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งแตกต่างจากสีของเนื้อเยื่อที่ดีของพริก

ช่วยให้ผัก  โตเร็ว  ใบเขียว  เก็บเกี่ยวได้ไว  มะนาวลูกดก ผิวสวย น้ำเยอะ ไม่มีแคงเกอร์ พริกติดดอกดี ผลสวย ขั้วเหนียว เพิ่มน้ำหนัก แตงกวาผิวสวย แขนงเยอะ ลูกดก เก็บได้นาน ลดปัญหาใบจุด ใบด่าง โรครากเน่า โรคเหี่ยว ต้านทานโรค แมลงศัตรูพืช เพลี้ย หนอนชอนใบ  ผักเขียว กรอบอร่อย เพิ่มปริมาณ และคุณภาพ ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ลดการใช้ยาเคมี ปลอดภัย ไม่มีสารตกค้าง 

เพียวนวัตกรรมเพื่อเกษตกรไทย

รับชมรีวิวเกษตรกร ปลูกผักสวนครัว

ทาง Youtube :https://www.youtube.com/watch?v=syvEyOgPc-8&list=PL2wji6vXNfEbMko1stXGdPPRNbUTSL7AW

สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ เพียว เพิ่มเพื่อน (คลิก) : https://lin.ee/94AarzP