โรคแมลงศัตรูพืช ของทุเรียน

โรคแมลงศัตรูพืช ของทุเรียน

  สำหรับเกษตรกรที่ปลูกทุเรียน ปัญหาหนักอกหนักใจ คงหนีไม่พ้น ความกังวล เรื่องโรคแมลงศัตรูพืช ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายทั้งต่อต้นทุเรียนได้ ทั้งต้นเล็กและต้นใหญ่ ดังนั้นวันนี้เรามารู้จักโรคยอดฮิต ที่เกิดขึ้นกับทุเรียนกันคะว่า มีโรคไหนบ้าง และมีวิธีการดูแลแก้ไขยังไงบ้างคะ

1. โรคจากเชื้อราไฟทอฟธอรา เนื่องจากเชื้อไฟทอปธอรา เป็นเชื้อโรคที่อาศัยอยู่ในดิน การเข้าทำลายต้นทุเรียนในเบื้องต้น จึงเข้าทางรากของต้นทุเรียน เมื่อเชื้อเข้าสู่ต้นทุเรียนได้แล้ว ก็จะขยายพันธุ์เข้าสู่ระบบท่อน้ำในลำต้น ทำให้เชื้อไฟทอปธอรา แพร่กระจายไปทั้งต้น เริ่มจากราก ทำให้เกิดอาการ “รากเน่า” เมื่อเชื้อโรคขึ้นสู่ลำต้น ทำให้เกิดอาการ “ลำต้นเน่า” แล้วลุกลามไปสู่ยอด ทำให้เกิดอาการ “ยอดเหี่ยว” และ “ใบร่วง”

         1.1 โรคเข้าทำลายใบ ให้พ่นสารเมตาแลกซิล หรืออีฟอไซท์อลูมินั่ม หรือกรดฟอสฟอรัส   ให้ทั่วทั้งภายในและนอกทรงพุ่ม

         1.2 โรคที่ระบบราก ใช้สารเมตาแลกซิลราดใต้ทรงพุ่มให้ทั่ว พร้อมกับกระตุ้นการเจริญของราก

         1.3 โรคที่ลำต้นและกิ่ง ถ้าอาการเล็กน้อย ให้ขูดผิวเปลือกส่วนที่เป็นโรคออกนำไปเผาทำลาย แล้วทาด้วยปูนแดง หรือ สารเมตาแลกซิล ถ้าพบอาการรุนแรง ใช้กรดฟอสฟอรัส ฉีดเข้าลำต้น หรือกิ่งในบริเวณตรงข้าม หรือส่วนที่เป็นเนื้อไม้ดีใกล้บริเวณที่เป็นโรค

2. โรคใบติด เป็นโรคที่พบเห็นเสมอ และนับว่าเป็นโรคที่ค่อนข้าง ร้ายแรงโรคหนึ่ง แม้ว่าจะไม่ถึงกับทำให้ต้นทุเรียนตาย แต่ทำให้ต้นทุเรียนทรุดโทรมและเสียทรงต้นได้ ทำให้กิ่งใหญ่แห้งตาย พบมากในแหล่งปลูกที่มีความชื้นสูงและต้นทุเรียนมีทรงพุ่ม แน่นทึบ เชื้อราเข้าทำลายใบอ่อนได้ดีในช่วงฤดูฝน พบอาการเล็กน้อยให้ตัดเผาทำลาย หากอาการรุนแรงให้พ่นด้วยสารคาร์เบนดาซิม

3. เพลี้ยไก่แจ้  ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเพลี้ยไก่แจ้ดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อนของทุเรียน ทำความเสียหาย ให้กับทุเรียนอย่างมาก ทำให้ใบอ่อนเป็นจุดสีเหลือง ไม่เจริญเติบโต เมื่อระบาดมากๆ จะทำให้ใบหงิก งอ และถ้าเพลี้ยไก่แจ้เข้าทำลายในช่วงที่ใบอ่อนยังเล็กมาก ใบยังไม่คลี่ออกจะทำให้ใบแห้งและร่วง ตัวอ่อนของแมลงชนิดนี้จะขับสารเหนียวสีขาวออกมาปกคลุมใบทุเรียนเป็นสาเหตุให้เกิดเชื้อราตามบริเวณ  ที่สารชนิดนี้ถูกขับออกมา ระยะตัวอ่อนเป็นระยะที่แมลงชนิดนี้ทำความเสียหายมากที่สุด นอกจากนี้ แมลงชนิดนี้ทำความเสียหายให้กับ ทุเรียนพันธุ์ชะนีมากที่สุด เพลี้ยไก่แจ้   เมื่อพบยอดทุเรียนถูกทำลายมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของยอดหรือพบไข่บนยอดมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ให้พ่นด้วยสารแลมป์ดา ไซฮาโลทริน หรือคาร์บาริลหรือไซเปอร์เมทริน/โฟซาโลน ทุก 7 ถึง 10 วันจนใบแก่

4. โรคไรแดง ในทุเรียน มักจะเข้าทำลายในระยะที่ต้นทุเรียนออกดอกอยู่ในระยะหางแย้จนถึงระยะติดผลอ่อน โดยจะพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัย ดูดกินน้ำเลี้ยงอยู่ที่บริเวณหน้าใบ สามารถสังเกตได้ที่หน้าใบต้นทุเรียนจะเห็นฝุ่นผงสีขาวจับอยู่ นั่นคือคราบของตัวอ่อนไรที่ทิ้งไว้หลังจากลอกคราบ

ทำให้ใบพืชเปลี่ยนจากสีเขียวจากและซีดเหลือง ไม่เขียวเป็นมันเหมือนใบปกติ เนื่องจากใบทุเรียนถูกไรดูดกินน้ำเลี้ยงจนสูญเสียคลอโรฟิล หากระบาดรุนแรงและต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะส่งผลทำให้ใบทุเรียนหลุดร่วงอย่างรวดเร็ว ต้นทุเรียนจะหยุดชะงักการเจริญเติบโต และมีผลต่อการติดดอกและผลของทุเรียนได้  เมื่อพบไรแดง พ่นสาร โพรพาไกต์ สลับกับสารเอกซีไทอะซอกซ์

5. หนอนเจาะผล พ่นด้วยสารสะเดา หรือสารแลมป์ดาไซฮาโลทริน หรือคาร์โบซัลแฟน หรือไซเพอร์เมทรินและโฟซาโลน แต่ต้องหยุดใช้สารเคมีก่อนเก็บเกี่ยว 15 วัน

6. หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน พ่นด้วยสารไซเพอร์เมทริน/โฟซาโลน หรือสารไดอะซินอน แต่ต้องหยุดใช้สารเคมีก่อนเก็บเกี่ยว 15 วัน

7. เพลี้ยแป้ง  หากการตัดแต่งผลอ่อนที่พบเพลี้ยแป้งเผาทำลาย  ให้โรยสารคาร์บาริลรอบโคนต้นป้องกันการแพร่ระบาดของมดดำ  ในกรณีที่พบเพลี้ยแป้งหลังตัดแต่งผลครั้งสุดท้าย  ควรพ่นด้วยสารมาลา-ไธออน ร่วมกับปิโตรเลียมออยล์ หรือใช้สารคลอไพริฟอส พ่นเป็นจุดเฉพาะกลุ่มผลที่สำรวจพบการทำลาย และต้องหยุดใช้สารเคมีก่อนเก็บเกี่ยว 15 วัน

8. โรคผลเน่า ให้ตัดและเผาทำลายเมื่อพบผลทุเรียนที่เป็นโรค แล้วพ่นด้วยสารอีฟอไซท์อะลูมินั่ม หรือกรดฟอสฟอรัส ให้ทั่วต้นและหยุดพ่นสารเคมีก่อนเก็บเกี่ยวอย่างน้อย 30 วัน

ที่มาของข้อมูล : https://www.arda.or.th/kasetinfo/south/durian/controller/01-08.php