(เคล็ดลับ) ปลูกผักง่ายๆสไตล์บ้านๆ

เริ่มต้นกันเลยคะ

  • การเลือกพืชที่ปลูก วิธีการเลือกไม่อยากเลยคะ อย่างเราชอบทานผักคะน้า เราก็เลือกปลูกผักคะน้า นะคะ เพราะการเลือกผักที่เราทานมาปลูก เราจะมีความใส่ใจ และอยากเก็บเกี่ยวผลผลิตไว้ทาน 
  • วัสดุที่ปลูก : การเตรียมวัสดุที่ปลูกมีความจำเป็นมากนะคะ โดยเฉพาะดิน คือพื้นฐานที่จะทำให้พืชที่เราปลูกนั้นมีเติบโตได้ดีคะ

มาดูวิธีเตรียมดินง่ายๆกันคะ : ดินร่วน 1 ส่วน +ปุ๋ยคอก 1ส่วน +ขุยมะพร้าว หรือใบไม้แห้ง 1 ส่วน คะ (เคล็ดลับ ดินที่ดีควร เป็นดินที่ร่วนซุย อุ้มน้ำถ่ายเทอากาศได้ดี มีอินทรีย์วัตถุและธาตุอาหารที่เหมาะสม) ดินที่ใช้เพาะกล้าที่นิยมปลูก ได้แก่ ดินที่ผสมมอส ,ดินผสมใบก้ามปู, ดินผสมทั่วไป

(เคล็ดลับปรับปรุงดิน) ป้องกันโรค ด้วย เพียวกู๊ดพลัส 2 ช้อนชา +เพียวพาวเวอร์ 2 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น เพื่อปรับสภาพดินให้เหมาะสมต่อการเพาะปลูก ช่วยให้ดิน ร่วนซุย อุ้มน้ำถ่ายเทอากาศได้ดี เติมจุลินทรีย์ที่ดีให้กับดิน ช่วยปลดปล่อยธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ให้กับพืช พืชเติบโตได้ดีและมีผลผลิตสูง และช่วย ป้องกันโรคเชื้อราในดิน ที่เป็นสาเหตุของโรคพืชได้อีกด้วย”

  • การเลือกเมล็ดพันธุ์ : เลือกซื้อเมล็ดพันธุ์จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เมล็ดพันธุ์ควรเก็บในที่ร่มและเย็น ไม่โดนแสงแดด ถุงปิดสนิท ไม่มีความชื้น และควรมีเปอร์เซ็นการงอกมากว่า 85%  หน้าซองควรมีวันหมดอายุ
  • การเพาะต้นกล้า : เตรียมกระบะสำหรับเพาะต้นกล้า ใส่ดินลงในกระบะ 1 ส่วน เจาะหลุ่มลึกประมาณ 1  ซ.ม. หยอดเม็ดพันธุ์ 1 เม็ดต่อ 1 หลุม กลบด้วยดินบางๆ วางถาดไว้ที่ร่มรำไรในช่วง 7 วันแรก ต้นกล้าจะพร้อมย้ายปลูกเมื่อมีอายุ 20- 30 วัน หรือมีใบจริงประมาณ 3- 5 ใบ
  • ทำการย้ายต้นกล้าไปยังอุปกรณ์สำหรับปลูก แนะนำย้ายต้นกล้าช่วงเย็น เพื่อป้องกันต้นกล้าช้ำ

(เคล็ดลับให้พืชโตเร็ว) เพื่อให้พืชโตเร็วแข็งแรง สมบูรณ์ แนะนำเกษตรกร นำ เพียวผง 1/2 ช้อนชา +เพียวพาวเวอร์ 2 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น เป็นละลองฝอยๆช่วงเช้า ทุก 7-10 วันครั้ง จะช่วยเติมเต็มสารอาหาร  พืชจะเขียว สมบูรณ์ โตเร็ว แข็งแรง ” คำแนะนำ ไม่ควรฉีดซ้ำจนเปียกชุ่มเพราะอาจทำให้ใบไหม้ได้

  • การให้น้ำ รดน้ำให้เพียงพอ ในระยะต้นกล้า ช่วงออกดอก และช่วงติดผล *หากพืชขาดน้ำจะเหี่ยวเฉาและไม่เจริญเติบโต ควรรดน้ำ ช่วงเช้า หรือช่วงเย็น ไม่แนะนำให้รดน้ำช่วงอากาศร้อนจัด หรือ ช่วงเที่ยง

พืชผักแต่ละชนิดต้องการปริมาณน้ำไม่เท่ากันนะคะ เช่น

พืชกินใบ เช่น ผักกาด ผักบุ้ง คะน้า  ชอบให้ดินชุ่มชื้นอยู่เสมอ แต่ไม่มากเกินไป

พืชกินผล เช่น มะเขือเปราะ มะเขือเทศ พริก แตงกวา ห้ามขาดน้ำตอนติดผล เพราะจะทำให้ผลร่วง แต่ปริมาณน้ำต้องไม่มากเกินไป

พืชกินราก เช่น กระชาย ขิง ข่า ไม่ควรรดน้ำมากเกินไป เพราะจะทำให้ผลเน่า

พืชผักสมุนไพร เครื่องเทศ  เช่น ตะไคร้ กะเพรา โหระพา ไม่ควรรดน้ำมากเกินไป จะทำให้กลิ่นและรสหายไป

     แสงแดด มีความจำเป็นต่อการสร้างอาหารของพืช ผักแต่ละชนิดก็ชอบแดดไม่เหมือนกันคะ สามารถจำแนกง่ายๆ ดังนี้คะ

  • ชอบแสงแดดตลอดทั้งวัน    ผักที่กินผล เช่น พริก มะเขือเปราะ มะเขือยาว แตงกวา
  • ชอบแสงแดดครึ่งวันเช้า     ผักกินใบ เช่น คะน้า ผักบุ้ง สลัด
  • ชอบแดดรำไร พวกตะกลู  ผักพื้นบ้านตะไคร้ กะเพรา โหระพา

ปัญหาโรคแมลงศัตรูพืช ควรหมั่นสังเกตแปลงปลูก หากพบเจอหนอนแมลง ให้เก็บทิ้ง หรือหากมีการระบาดมากให้ใช้สารอินทรีย์ หรือสมุนไพร ฉีดพ่นเพื่อไล่แมลง หากพบการระบาดของโรคให้ตัดหรือ ถอนต้นนั้นนำไปเผาทำลายเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

    “(เคล็ดลับการป้องกันโรคแมลงศัตรูพืช  ฉีดพ่นเพียวเอ็กซ์ สารอินทรีย์ป้องกันโรคแมลง 2 ช้อนชา ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นไปที่ ใบ ลำต้น ใต้ใบ และที่ดิน ช่วยคุมไข่หนอน แมลง ช่วยลดการเข้าทำลายของแมลง เพลี้ยหนอน ช่วยยับยั้งโรคเชื้อรา ใบจุดใบด่างโรคเน่าโคนเน่า หากมีการระบาดของโรคเชื้อรา แนะนำพ่นเพียวกู๊ดพลัส อัตราส่วน 2 ช้อนชา ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก3-5 วันครั้ง )

ไม่ยากเลยใช่ไหม สำหรับเกษตรกรมือใหม่ อย่างเราๆ การปลูกผักไว้ทานช่วงนี้ ถือว่าปลอดภัยและประหยัดด้วยนะคะ ใครสนใจอย่าลืมลองทำกันนะคะ